สบู่ก้อน

Showing all 11 results

สบู่ทำความสะอาดผิวกาย

การเลือกสบู่ที่ดี ให้ดูที่ค่าความเป็นกรดด่างของสบู่ ค่า pH ของผิวคนเราคือ 4.5 – 5.5 แต่สบู่ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวต้องมีค่า pH 8-10 ไม่ควรเกินไปกว่านี้หรือต่ำกว่านี้


เคล็ดลับบำรุงผิวสวยใส

การทำความสะอาดผิวกายอย่างถูกต้อง 

1. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำที่ร้อนเกินไป : การอาบน้ำร้อนทำให้ไขมันธรรมชาติบนผิวหลุดออก ทำให้ผิวแห้งและคัน นำไปสู่การเกิดโรคผิวหนังต่างๆ ดังนั้นควรปรับอุณหภูมิน้ำให้เท่ากับอุณหภูมิห้อง

- อุณหภูมิที่เหมาะสมในการอาบน้ำ

  • น้ำร้อนควรมีอุณหภูมิอยู่ที่ 30-35 องศาเซลเซียส : เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมในการชำระล้างสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ตามรูขุมขนและยังช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยให้กล้ามเนื้อที่อ่อนล้ารู้สึกผ่อนคลาย
  • น้ำอุ่นควรมีอุณหภูมิอยู่ที่ 27-30 องศาเซลเซียส : เป็นอุณหภูมิที่สามารถชำระล้างสิ่งสกปรกบนผิวหนังแต่ยังคงอ่อนโยนต่อผิว จึงเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับคนที่มีผิวแห้ง ควรอาบน้ำอุ่นก่อนเข้านอนเพราะจะช่วยให้ผ่อนคลายและหลับสบาย
  • น้ำเย็นควรมีอุณหภูมิต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส การอาบน้ำเย็นหรือการจบการอาบน้ำด้วยน้ำเย็นเพียง 5 นาทีจะช่วยให้รู้สึกตื่นตัวและช่วยให้รูขุมขนกระชับจึงทำให้ผิวแลดูเปล่งปลั่งและสดชื่น เวลาที่ดีที่สุดในการอาบน้ำเย็นนั้นควรเป็นในตอนเช้าเพื่อช่วยกระตุ้นให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและพร้อมสำหรับเช้าวันใหม่

2. เลือกใช้สบู่ทำความสะอาดผิวที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี แอลกอฮอลล์มากเกินไป : เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์นานๆจะก็ให้เกิดสารตกค้างบนผิวหนัง ทำให้ผิวอ่อนแอและระคายเคืองได้ง่ายและจะทำให้ผิวแห้งกร้านเกิดริ้วรอยได้

3. การขัดผิว : ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายให้หลุดออกและเผยผิวใหม่ที่ขาวสดใส เพราะการสะสมเซลล์ผิวที่ตายโดยไม่ถูกกำจัดออกจะให้ผิวดูหมองคล้ำ ควรขัดผิวสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวบอบช้ำมากเกินไป

4. ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมของร่างกาย : ควรทำความสะอาดร่างกายให้ทั่วถึงทุกซอกส่วนของร่างกาย

5. ล้างสบู่ออกจากร่างกายให้หมด : สบู่ที่ตกค้างบนผิวหนังทำให้เกิดอาการคัน และการระคายเคืองของผิวหนังได้

6. บำรุงผิว : โดยการทาครีมบำรุงทุกครั้งหลังอาบน้ำเสร็จ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื่น ทำให้ผิวเนียนนุ่ม

7. การล้างหน้าผิดวิธี : เครื่องสำอางบนใบหน้านั้นมันไม่สามารถล้างออกได้ด้วยโฟมล้างหน้าเพียงอย่างเดียว เกิดการอุดตันจนทำให้สิวผุดขึ้นมา

8. ความมันบนใบหน้า : จะตันอยู่ในรูขุมขน ทำให้เกิดเป็นสิวอุดตัน

9. ความเครียด : ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมา จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ทำให้ยิ่งเป็นสิวมากขึ้น

10. มลภาวะและแสงแดด : จะทำให้น้ำในผิวระเหยออกไป ทำให้หน้ามันและเป็นสิว

11. การสูบบุหรี่ : ได้รับสารอาหารน้อย จะทำให้ผิวไม่แข็งแรง ไม่สามารถป้องกันตัวเองจากแบคทีเรียได้ จนทำให้เกิดสิวอุดตันทั้งหัวขาวและหัวดำ

12. อาหาร เช่น สาหร่ายทะเล ผักขม และหอย ซึ่งมีไอโอดีนและฟลูออไรด์ที่ทำให้เป็นสิวมากขึ้น รวมไปถึงแป้ง น้ำตาล นมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ที่หากทานมากไปก็อาจทำให้สิวอักเสบกำเริบได้

13. การใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม

14. อุปกรณ์แต่งหน้าที่ล้างไม่สะอาด

15. ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ก็อาจทำให้บางคนเกิดเป็นสิวขึ้นบริเวณมุมปากไปจนถึงคางรวมถึงบริเวณใกล้เคียงได้

การเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย

การเลือกสบู่ให้เหมาะสมกับผิว

สบู่ที่ดีต่อผิว คือค่าความเป็นกรดด่างของสบู่ หรือที่เรียกว่า ค่า pH โดยถ้ามีค่า 0 – 14 แสดงว่ามีความเป็นกรด แต่ถ้าตัวเลขค่า pH มากกว่านี้จะมีความเป็นด่าง โดยค่า pH ของผิวคนเราจะอยู่ 4.5 – 5.5

คุณสมบัติของสบู่แต่ละชนิด

1) สบู่กลีเซอรีน : เป็นสารที่แยกตัวจากขั้นตอนการทำสบู่แบบเย็น มีลักษณะเหนียว ใส และหวาน สามารถดูดความชื้นจากอากาศมาไว้ในตัวได้ดี มีค่า pH ประมาณ 7 มีความชุ่มชื้นสูงและมีความเป็นด่างน้อย

2) สบู่เหลว : ทำมาจากสบู่กลีเซอรีนผสมน้ำให้มีความเหลวมากขึ้น

3) เจลอาบน้ำ : เป็นส่วนผสมของสารชำระล้างกับสารเคมีอื่นๆ สามารถเพิ่มสารเคลือบผิวเพื่อเก็บของชุ่มชื้นของผิวไว้ได้ดี

4) สบู่ไขมัน : มีลักษณะทึบทำมาจากไขมันผสมกับด่าง มีค่าความเป็นด่างค่อนข้างสูง  สามารถละลายไขมันที่มีค่าเป็นกรดได้ดี มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดสูง
โดยสบู่ที่ได้จากกรดไขมันต่างชนิดกัน มีคุณสมบัติแตกต่างกันดังนี้

  • น้ำมันรำข้าว : ให้วิตามินอี ทำให้สบู่มีความชุ่มชื้น บำรุงผิว ช่วยลดความแห้งของผิว
  • น้ำมันถั่วเหลือง : ให้ความชุ่มชื้น รักษาผิว แต่เก็บไว้ได้ไม่นาน มีกลิ่นหืนง่าย
  • น้ำมันมะพร้าว : สบู่ที่ผลิตได้มีเนื้อแข็ง กรอบ แตกง่าย สีขาวข้น มีฟองมากเป็นครีม ให้ฟองที่คงทนพอควร เมื่อใช้แล้วทำให้ผิวแห้ง
  • น้ำมันปาล์ม : ให้สบู่ที่แข็งเล็กน้อย มีฟองน้อย ฟองคงทนอยู่นาน มีคุณสมบัติในการชะล้างได้ดี แต่ทำให้ผิวแห้ง
  • น้ำมันงา : ให้ความชุ่มชื้น รักษาผิว แต่มีกลิ่นเฉพาะตัว
  • น้ำมันมะกอก : ทำให้ได้สบู่ที่แข็ง ใช้ได้นาน มีฟองเป็นครีมนุ่มนวลมาก ให้ความชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวแห้ง
  • น้ำมันละหุ่ง : ช่วยทำให้สบู่มีฟองขนาดเล็กจำนวนมาก ทำให้สบู่เป็นเนื้อเดียวกันดี สบู่ไม่แตก ทำให้สบู่มีความนุ่มเนียน และช่วยให้ผิวนุ่ม
  • น้ำมันเมล็ดทานตะวัน : ทำให้สบู่นุ่มขึ้น แต่ฟองน้อย
  • ไขมันวัว : จะได้สบู่ที่มีเนื้อแข็งสีขาวอายุการใช้งานนานมีฟองน้อย ทนนาน
  • ไขมันหมู : จะได้สบู่ที่มีเนื้อแข็ง อายุการใช้งานนาน ฟองน้อย แต่ทนนาน
  • ขี้ผึ้ง : ได้สบู่เนื้อแข็ง อายุการใช้งานนาน ฟองน้อย แต่ทนนาน
  • ไขมันแพะ : ได้สบู่เนื้อนุ่ม ได้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ผิวนุ่มเนียน

การเลือกสบู่ให้เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว

  • สำหรับผิวมัน : ควรเลือกใช้สบู่ไขมัน เพราะสามารถชำระล้างไขมันได้ดี ลดการอุดตันของรูขุมขน
  • สำหรับผิวธรรมดา : สามารถใช้สบู่ได้ทุกประเภท
  • สาวผิวแห้ง : หากผิวแห้งไม่มาก สามารถใช้สบู่กลีนเซอรีน สำหรับผิวแห้งมากๆ ควรใช้เจลอาบน้ำ ที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์สูงๆ ทั้งนี้เพื่อคงความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณ และควรหลีกเลี่ยงสบู่ไขมัน

สบู่ที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ได้แก่

1. สบู่ยา (medicated soaps) มีตัวยาประกอบอยู่ เช่น กำมะถัน กรดซาลิไซลิก เบนซอยล์เปอร์-ออกไซด์ และยาฆ่าเชื้อโรค สบู่ประเภทนี้ทำให้ผิวอักเสบระคายเคืองได้

2. สบู่ดับกลิ่นตัว (deodorant soaps) สบู่ธรรมดาที่เพิ่มยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียลงไป เพื่อยับยั้งไม่ให้แบคทีเรียที่เป็นตัวการทำให้เกิดกลิ่นบนผิวหนังทำงานได้ กลิ่นไม่หอม จึงนิยมผสมน้ำหอมลงไปเพื่อดับกลิ่นยา สบู่ดับกลิ่นตัวนั้นทำให้ผิวแห้ง เหมาะสำหรัยคนที่มีกลิ่นตัว โดยเฉพาะใช้บริเวณรักแร้

3. สบู่ขัดถู (abrasive soaps) ประกอบด้วยเศษชิ้นส่วนเล็กๆ ปะปนอยู่ มีประโยชน์ในการถูเอาชั้นขี้ไคล โดยผิวปกติไม่สมควรใช้สบู่พวกนี้ ทำให้แห้งและระคายเคืองได้ รวมไปถึงผิวหน้ามีสิวหรือมีการอักเสบอยู่แล้ว เพราะจะทำให้ทั้งสิวและ ใบหน้าอักเสบระคายเคืองยิ่งขึ้น

4. สบู่ที่มีส่วนผสมของผลไม้ ผัก และสมุนไพร (fruit, vegetable and herbal soaps) สบู่หรือ ดีเทอร์เจนที่มีการใส่ส่วนผสมต่างๆ" ตามธรรมชาติ "  ที่ไม่ได้มีประโยชน์ต่อผิว

บทความทั้งหมด