ใต้ตา
ครีมตา

Showing all 2 results

ครีมทารอบดวงตา

ผิวรอบดวงตา มีความบอบบางกว่า 40 % หากเทียบกับบริเวณอื่นของใบหน้า อีกทั้งมีความยืดหยุ่นที่น้อยกว่า และสูญเสียความชุ่มชื่นได้เร็วกว่าถึง 50 %


วิธีดูแลรอบดวงตา

6 วิธีดูแลรอบดวงตาไม่ให้หมองคล้ำ

1. พักผ่อนให้เพียงพอ : ดูแลตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ อย่านอนดึก พยายามนอนไม่เกิน 4-5 ทุ่ม ทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ระบบประสาททำงานได้เต็มที่ รู้สึกสดชื่น ไม่อ่อนเพลียหรืออ่อนล้าสายตา ทั้งดีต่อสุขภาพและรอบดวงตา

2. ทาอายครีมบำรุง : เพื่อเติมคอลลาเจนให้ผิวบริเวณรอบดวงตารู้สึกชุ่มชื้น อายครีมจะช่วยให้ใต้ตาที่คล้ำดำกลับมาดูดีได้ ควรทาเป็นประจำหลังอาบน้ำทั้งช่วงเช้าและก่อนนอน จะช่วยให้ผิวรู้สึกเปล่งปลั่ง ดูอิ่มน้ำมากขึ้น นอกจากนี้อายครีมต้องปราศจากน้ำหอม อ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดระคายเคืองบริเวณรอบดวงตา

3. มาส์กบำรุง :  บำรุงเพื่อขจัดความหมองคล้ำรอบดวงตา นำมาส์กไปแช่เย็นก่อนมาประคบ จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายมากขึ้น ควรมาส์กสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง 

4. ใช้แตงกวา มะเขือเทศ หรือว่านหางจระเข้ประคบ : บำรุงให้ผิวรอบใต้ดวงตา ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยลดริ้วรอยต่างๆ สามารถทำให้ใต้ตาที่หมองคล้ำกลับมาดูมีชีวิตชีวา สดใจ

5. ใช้น้ำแข็ง นมสดหรือโยเกิร์ตแช่เย็นประคบ : ช่วยลดอาการบวม และยังสามารถลดรอยคล้ำใต้ตาและสามารถช่วยทำผิวนุ่มชุ่มชื้น 

6. ใช้ถุงชาประคบ : โดยการนำถุงชาเขียวที่ผ่านความร้อนมาแล้วปล่อยไว้ให้เย็น จากนั้นค่อยนำมาประคบที่ใต้ดวงตาทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ 10-15นาที  ช่วยให้รอยหมองคล้ำใต้ตาดูจางลงและค่อยใสว่างใสขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายหรือบวมง่าย

รู้ทัน “ริ้วรอยรอบดวงตา”

วิธีลดเลือนริ้วรอยและดูแลผิวรอบดวงตาให้ดูอ่อนเยาว์

1. หมั่นบำรุงผิวรอบดวงตา : เพราะผิวรอบดวงตาบอบบางกว่าผิวหนังบริเวณอื่น ทั้งยังมีต่อมไขมันจำนวนไม่มาก และยังต้องเคลื่อนไหวเพื่อทำหน้าที่รักษาความชุ่มชื้นให้ดวงตาอยู่เสมอ ทำให้ผิวบริเวณนี้เกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำได้ง่าย จึงควรบำรุงผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอด อาจใช้อายครีม มาส์กสำหรับรอบดวงตา หรือสกินแคร์ที่อ่อนโยนและสามารถใช้กับผิวส่วนนี้ได้ เพราะเมื่อผิวชุ่มชื้นดีแล้ว ริ้วรอยร่องตื้นจะค่อยๆ จางลงได้

2.ไม่ขยี้ตาบ่อยๆ : ผิวรอบดวงตาบอบบางและไวต่อสัมผัสมากๆ เพียงการถูหรือขยี้ตาก็ทำให้เกราะป้องกันผิวเสียหายได้ การขยี้ตายังทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นไวกว่าเดิม ทั้งยังเสี่ยงทำให้เส้นเลือดฝอยแตก จนกลายเป็นรอยคล้ำใต้ตา

3.ดื่มน้ำมากๆ : การดื่มน้ำเพื่อชดเชยปริมาณน้ำที่เสียไปจึงช่วยเติมความสดชื่น คืนความชุ่มชื้นให้เซลล์ในร่างกาย ผู้ที่ดื่มน้ำอย่างเพียงพอจึงมักมีผิวที่ชุ่มชื้น ดูฉ่ำน้ำ ริ้วรอยร่องตื้นได้รับการฟื้นฟู แลดูอ่อนวัย

 

 

4.พักผ่อนให้เพียงพอ : การอดนอนทำให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง ส่งผลให้คอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นโครงสร้างผิวเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติและไม่ได้รับการฟื้นฟูซ่อมแซมเท่าที่ควร ผิวจึงยุบตัวลง เกิดเป็นริ้วรอยลึกที่ยากจะลดเลือนทั้งบริเวณรอบดวงตาและใบหน้า การพักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน จึงช่วยให้ผิวสดใส เปล่งปลั่ง ไร้ริ้วรอย แลดูอ่อนเยาว์

5.งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มคาเฟอีน และบุหรี่ : เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มคาเฟอีน และบุหรี่ทำให้ร่างกายหมดเปลืองเอ็นไซม์ไปกับการย่อย ทั้งทิ้งสารพิษอันตรายในร่างกาย ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระอันเป็นศัตรูของผิวเต่งตึง อ่อนเยาว์ ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มหรือสูบบุหรี่เป็นประจำจึงมักมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร ผิวแห้งกร้าน หมองคล้ำ และดูโทรม

บทความทั้งหมด