ครีมกันแดด

Showing all 6 results

ครีมกันแดด

ส่วนผสมที่อยู่ในครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวด้วยวิธีต่าง ๆ ทั้งดูดซับรังสียูวี ปกป้องชั้นผิวที่อยู่ลึก หรือสะท้อนรังสียูวีกลับออกไป ทั้งนี้ ครีมกันแดดมีรูปแบบ ได้แก่ โลชั่น ครีม ขี้ผึ้ง หรือสเปรย์


ครีมกันแดด

SUNBLOCK 

- สารที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวี (Ultraviolet Radiation: UV) โดยช่วยให้ผิวไม่ถูกแสงแดดทำลายจนไหม้หรือเกิดจุดด่างดำต่าง ๆ รวมทั้งลดโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง ส่วนผสมที่อยู่ในครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวด้วยวิธีต่าง ๆ ทั้งดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลต ปกป้องชั้นผิวที่อยู่ลึก หรือสะท้อนรังสีอัลตราไวโอเลตกลับออกไป ครีมกันแดดมีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ โลชั่น ครีม ขี้ผึ้ง หรือสเปรย์

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับครีมกันแดด
- ประโยชน์ของการครีมกันแดด เช่น ช่วยป้องกันผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีในแสงแดด ป้องกันการเกิดริ้วรอย ช่วยไม่ให้ผิวหนังเหี่ยวย่นหรือดูแก่ก่อนวัย ผิวแห้งกร้าน ป้องกันการเกิดฝ้า กระ ปัญหาผิวคล้ำเสีย และมะเร็งผิวหนัง

- วิธีการป้องกันอันตรายจากแสงแดดได้ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ๆ ในช่วงเวลาประมาณ 09.00-16.00 น. ต้องป้องกันแสงแดดด้วยวิธีอื่น ๆ ด้วย เช่น กางร่ม, ใส่หมวก, สวมแว่นแดด

- รังสีนอกจากจะตกกระทบโดยตรงแล้วยังมีการสะท้อนหรือหักเหอีกด้วย : การอยู่ในที่ร่ม อยู่บนถนน ยืนตามชายหาด ยังได้รับทั้งรังสีโดยตรงบวกกับการสะท้อนหักเหอีกด้วยเป็นทวีคูณ ดังนั้นในขณะที่มีแสงแดด แม้ว่าเราจะอยู่ในที่ร่มก็ต้องทาครีมกันแดดหรือเครื่องสำอางที่ผสมสารป้องกันแสงแดดอยู่เสมอ 

- ไม่มีครีมกันแดดยี่ห้อใดที่ทาแล้วจะสามารถป้องกันรังสียูวีได้ 100% หรือป้องกันแสงแดดได้ตลอดทั้งวัน ดังนั้นการทาครีมกันแดดซ้ำทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง จึงเป็นสิ่งจำเป็น

- รังสี UVA และ UVB จะมีมากที่สุดในช่วงเวลา 10.00-15.00 แต่ปริมาณของรังสี UVA จะมีตลอดทั้งวันแทบไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเช้าหรือเย็นก็ต้องระมัดวังให้ดี

- ครีมกันแดดควรเริ่มใช้ตั้งแต่ตอนยังเด็ก ๆ 

- คนที่อยู่บ้าน ควรทาครีมกันแดดที่ค่า SPF น้อย ๆ 

- ครีมกันแดดในแป้งตลับผสมรองพื้นก็จำเป็นต้องทาซ้ำเหมือนครีมกันแดดทั่วไป

- การทาครีมกันแดดมากเกินไปจะก่อให้เกิดปัญหาด้านความมัน ความเหนอะหนะไม่สบายตัว และอาจมองดูไม่สวยงาม ชนิดและปริมาณของสารป้องกันแสงแดดที่มีในผลิตภัณฑ์จะทำให้ค่า SPF ต่างกัน 

- เครื่องสำอางที่ผสมสารป้องกันแสงแดดนั้นจัดเป็น “เครื่องสำอางควบคุม”  มีคุณสมบัติป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB

- การชโลมเบบี้ออยล์ น้ำมันมะพร้าว ไม่ได้ช่วยป้องกันผิวไม่ให้เกรียมแดงได้

ประเภทของครีมกันแดด

- ครีมกันแดดชนิดเคมี (Chemical sunscreen) เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่ทำหน้าที่ในการปกป้องแสงแดด ด้วยการดูดซับรังสีเข้าผิวหนังแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้แสงผ่านลงในชั้นผิวหนังได้ 

- ครีมกันแดดชนิดกายภาพ (Physical sunscreen) จะมีส่วนผสมของสารที่สามารถสะท้อนรังสี UVA และ UVB ที่ตกกระทบให้ออกไปจากผิวหนังได้ ครีมกันแดดประเภทนี้คือจะไม่สามารถให้ค่า SPF ที่สูงได้ 

- ครีมกันแดดชนิดผสม (Chemical-Physical sunscreen) คือ ลดการระคายเคืองต่อผิวหนังจากสารเคมี ลดความขาวเมื่อทาครีม และช่วยเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดร่วมกัน

การเลือกผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

การเลือกผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด

1. ครีมกันแดดที่ดีควรมีทั้งสารที่ช่วยป้องกันรังสี UVA และรังสี UVB เช่น สาร anthranilates ซึ่งพบได้บ่อยในครีมกันแดดทั่วไป ส่วนสารที่กันได้เฉพาะรังสี UVA คือ benzophenones และส่วนที่กันได้เฉพาะรังสี UVB คือ cinnamates, PABA, PABA derivatives

2. ถ้าทำงานในร่มเป็นหลักควรเลือกซื้อครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 และมีค่า PA++  แต่ถ้าต้องทำงานออกแดดหรือจำเป็นต้องโดนแดดให้เลือกซื้อครีมกันแดดที่ค่า PA+++ มีค่า SPF 15-20 แต่ถ้าทำกิจกรรมกลางแจ้ง เลือกเป็น SPF 20-30, เล่นกีฬาทางทะเล ก็ให้เลือกเป็น SPF 50 แต่ถ้าต้องออกแดดกลางแจ้งเป็นเวลานานและมีแดดแรงมากก็ให้เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ ขึ้นไป 

3. การเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงนั้น ควรเลือกแบบมีประสิทธิภาพ

4. เครื่องสำอางป้องกันแสงแดดควรเป็นชนิดทนน้ำหรือทนเหงื่อ และควรทาก่อนออกอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดซึมซับเข้าสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น 

5. ถ้าจะลงเล่นน้ำควรเลือกซื้อครีมกันแดดที่กันน้ำได้และทาซ้ำบ่อย ๆ ได้แก่ Water resistant จะออกฤทธิ์กันแดดได้สูงสุด 40 นาที และ Waterproof จะออกฤทธิ์กันแดดได้สูงสุด 80 นาที 

6. เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผิว

  • ผิวมัน : เหมาะกับการใช้ครีมกันแดดที่ซึมซับเข้าสู่ผิวไวอย่างกันแดดเนื้อเจล เพราะมีส่วนผสมของน้ำอยู่มาก และกันแดดประเภทนี้จะไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ที่จะทำให้ใบหน้ายิ่งมันมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในกันแดดเนื้อเจล ยังช่วยขจัดความมันบนใบหน้าได้ดี
  • ผิวแห้ง : เหมาะกับการใช้ครีมกันแดดที่เป็นเนื้อโลชั่น มีความเข้มข้นสูง เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำในผิวพร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้นานยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 
  • ผิวแพ้ง่าย : เหมาะกับครีมกันแดดที่ผลิตจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี หรือครีมกันแดดที่ออกแบบมาเพื่อผิวบอบบางอย่างผิวเด็ก ประเภทที่ใช้ควรเป็นเนื้อเจลหรือเนื้อเพื่อให้ซึมซึบผ่านผิวได้ง่าย และ ไม่ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงจนเกินไป 

7. เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสีผิว

  • ผิวขาวอมชมพู : ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ตั้งแต่ SPF 30-45 
  • คนผิวคล้ำ : ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15
  • ผิวขาวแบบชาวยุโรป : ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ตั้งแต่ SPF 45-60
  • ผิวเหลืองแบบคนเอเชีย : ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30

8. ทดสอบการแพ้ครีมกันแดดก่อนใช้เสมอ : โดยการนำครีมกันแดดมาทาใต้ท้องแขนทิ้งไว้ 15 นาที แล้วสังเกตว่ามีอาการบวมแดงหรือไม่ ถ้ามีอาการดังกล่าวแสดงว่าเราแพ้สารเคมีจากครีมกันแดดชนิดนั้น ๆ

9. ควรสังเกตวันหมดอายุของครีมกันแดด : โดยทั่วไปจะกำหนดอายุประมาณ 2-3 ปี นับจากวันที่ผลิต และไม่ควรเก็บครีมกันแดดไว้ในที่ร้อน 

บทความทั้งหมด