คู่ชีวิต

Showing 1–16 of 25 results

ถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น

ถุงยางเป็นวัสดุคุมกำเนิดที่นิยมใช้มากที่สุด และช่วยให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยคือการเลือกขนาดที่เหมาะสมและการเก็บรักษาที่ถูกต้อง


การเลือกซื้อถุงยางอนามัย

การเลือกซื้อถุงยางอนามัย 

1. อ่านฉลากก่อนซื้อ : อ่านฉลากก่อนซื้อ การอ่านฉลากถุงยางอนามัยก่อนซื้อทุกครั้ง จะทำให้ทราบว่าถุงยางอนามัยดังกล่าว ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้วหรือไม่ ถุงยางอนามัยหมดอายุการใช้งานหรือยัง มีความเหมาะสมตรงกับความต้องการของผู้ใช้หรือไม่

2. ประเภทของถุงยางอนามัย : ถุงยางอนามัยแบ่งประเภทตามขนาดความกว้างของถุงยางอนามัย โดยการวัดขนาดให้เหมาะสมกับถุงยางอนามัย ให้วัดรอบวงของอวัยวะเพศขณะแข็งตัวเต็มที่เป็นหน่วยมิลลิเมตร และนำไปหารด้วย 2 จะได้เป็นขนาดของถุงยางอนามัยที่เหมาะสม

- ขนาดถุงยาง(มม.) รองรับขนาดความใหญ่ของรอบวง (ซม.) ขนาดความใหญ่ของรอบวง (นิ้ว)

  • 49 มม. สำหรับรอบวง 11-12ซม.หรือใหญ่ประมาณ 4.5 นิ้ว
  • 52 มม. สำหรับรอบวง 12-13ซม.หรือใหญ่ประมาณ 5 นิ้ว
  • 54 มม. สำหรับรอบวง 13-14ซม.หรือใหญ่ประมาณ 5.5 นิ้ว
  • 56 มม. สำหรับรอบวง 14-15ซม.หรือใหญ่ประมาณ 6 นิ้ว ขึ้นไป

3. ชนิดของถุงยางอนามัย : ถุงยางอนามัยแบ่งชนิดตามลักษณะผิว เป็น 2 ชนิด คือ ชนิดผิวเรียบ และชนิดผิวไม่เรียบ การเลือกซื้อควรสังเกตดูว่า เป็นชนิดที่ตรงกับความต้องการของตนเองหรือไม่ นอกจากนี้ ควรสังเกตข้อความอื่น ๆ เช่น ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า รุ่นที่ผลิต เดือนปีที่ผลิต มีสารหล่อลื่นหรือสารฆ่าเชื้ออสุจิ มีสารแต่งกลิ่นหรือไม่

4. การบรรจุ : ควรตรวจดูลักษณะของซองย่อยหรือกล่องบรรจุว่า ชำรุดหรือฉีกขาดหรือไม่ หากพบการชำรุดหรือ ฉีกขาดไม่ควรเลือกซื้อ โดยให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าถุงยางอนามัยที่บรรจุอยู่ภายในอาจฉีกขาดหรือเสื่อมคุณภาพแล้ว

5. การจัดวางสินค้า : ซื้อจากร้านค้าที่มีการเก็บถุงยางอนามัยพ้นจากแสงแดดหรือความร้อน

ข้อควรระวังในการใช้ถุงยางอนามัย

ข้อควรระวังในการใช้ถุงยางอนามัย

1. ระยะเวลาในการใช้งาน : การใช้ 1 ชิ้นจะต้องใช้ไม่เกิน 30 นาที เพราะความสมบูรณ์ของตัวถุงยางอนามัยอาจจะเสื่อมสภาพลง และต้องใช้แล้วทิ้งเท่านั้น ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่โดยเด็ดขาด

2. ระวังสารหล่อลื่น : การผลิตถุงยางอนามัยโดยปกติแล้วจะมีการเติมสารหล่อลื่น สารหล่อลื่นที่ใช้เป็นชนิด ที่มีน้ำหรือซิลิโคนเป็นตัวทำละลาย เช่น กลีเซอรีน เค-วาย การใช้สารหล่อลื่นบางชนิดอาจมีผลกับตัวถุงยางอนามัย จึงควรหลีกเลี่ยงสารหล่อลื่นที่เป็นน้ำมันพืช น้ำมันแร่เป็นตัวละลาย เนื่องจากสารเหล่านี้จะทำปฏิกิริยาจนเกิดความเสียหายต่อถุงยางอนามัยได้

3. ภายหลังการใช้ถุงยางอนามัยไม่ควรสัมผัสถุงยางโดยตรง เพราะอาจมีเชื้อโรคติดอยู่ที่ด้านนอกแล้ว

4. ถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วควรนำไปเผา หรือทิ้งลงถังขยะในทันที

5. การเก็บรักษาให้พ้นจากความร้อน หรือแสงแดด และไม่ควรเก็บในที่ชื้น เช่น ในช่องเก็บของบนพาหนะเนื่องจากมีความร้อนสูง และไม่ควรเก็บในที่ถูกทับ หรือบีบรัด เช่น กระเป๋ากางเกง กระเป๋าเงิน เพราะอาจทำให้ถุงยางอนามัยเกิดการชำรุดได้

บทความทั้งหมด