ประคบร้อน

Showing all 5 results

กระเป๋าน้ำร้อน
กระเป๋าน้ำร้อนยางที่ใช้ใส่น้ำร้อนวางประคบช่วยให้เหงื่อออกและระงับความเจ็บปวดจากกล้ามเนื้อ ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว  ช่วยให้ผู้ป่วยที่หนาวสั่นรู้สึกสบายขึ้น


วิธีการใช้กระเป๋าน้ำร้อน

วิธีการใช้กระเป๋าน้ำร้อน

1. ทดสอบกระเป๋าน้ำร้อน โดยใส่น้ำลงในกระเป๋าเพื่อดูว่ารั่วหรือไม่

2. เทน้ำทิ้ง ใส่น้ำร้อนลงในกระเป๋าประมานครึ่งหนึ่ง หรือ 2/3 น้ำควรจะร้อน แต่ไม่ใช่น้ำเดือด อย่าเทน้ำที่กำลังเดือดลงในกระเป๋า

3. ไล่ลมออกจากกระเป๋าโดยวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ จับปากกระเป๋ายกขึ้นตั้งตรง ใช้มือกดกระเป๋าให้แบนกับโต๊ะจนกระทั่งน้ำถูกรีดมาถึงคอ ปิดฝากระเป๋าให้แน่น แล้วจึงยกกระเป๋าขึ้น

4. เช็ดกระเป๋าให้แห้ง

5. ยกกระเป๋าเอาก้นขึ้นข้างบน เพื่อดูว่ามีรั่วหรือไม่

6. ใช้ผ้าเช็ดตัวห่อกระเป๋าน้ำร้อนนำไปวางตามที่ ๆต้องการ โดยให้คอของกระเป๋าหันออกจากตัวผู้ป่วย

7. คอยเปลี่ยนน้ำร้อนในกระเป๋าเรื่อยๆเมื่อน้ำอุ่นลง จนกว่าจะได้รับผลตามต้องการ

8. เมื่อเลิกใช้แล้ว ล้างและเช็ดกระเป๋าให้แห้ง ให้มีลมเหลือไว้ในถุงบ้างก่อนปิดฝา เพื่อยางจะได้ไม่ติดกัน

 

 

ข้อควรระวังในการใช้

1. อย่าใช้กระเป๋าที่มีรูรั่ว

2. อย่าวางกระเป๋าน้ำอุ่นติดผิวหนังของผู้ป่วยโดยตรงใช้ผ้าพันรอบถุงก่อน อย่าใช้เข็มกลัด จะร้อนเมื่อถูกความร้อน

3. สังเกตว่าผิวหนังแดงหรือไม่ ควรดูผิวหนังบ่อย ๆ ว่ามีรอยแดง หรือพองไหม

4. อย่าใช้น้ำร้อนจัดมากกับเด็ก คนสูงอายุ ผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัวเป็น เบาหวาน ป่วยหนัก ผอมมาก และผู้ที่ต้องการการไหลเวียนของโลหิตไม่ดี หรือประสาทสัมผัสไม่ดี (หรือเมื่อต้องวางกระเป๋าน้ำร้อน บริเวณที่เป็นกระดูก) ผู้ป่วยเหล่านี้ทนต่อความร้อนไม่ได้มาก อาจทำให้ผิวหนังไหม้พองง่ายถ้าน้ำร้อนจัดเกินไป ควรจะใช้น้ำเพียงอุ่นจัด ๆ เท่านั้น

5. อย่าใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางที่ท้องเมื่อปวดท้องแล้วยังไม่ได้รับการตรวจจากแพทย์ เพราะอาจจะเป็นไส้ติ่งอักเสบ ถ้าวางกระเป๋าน้ำร้อน จะทำให้ไส้ติ่งแตก วางกระเป๋าน้ำร้อนที่ท้องได้ เฉพาะการปวดท้องที่เกิดจากปวคลำไส้มีลม (แก๊ส)

6. บริเวณที่มีความรู้สึกไวต่อความร้อนและอาจไหม้พองได้ง่าย คือ เปลือกตา คอ ข้อศอก ส้นเท้า นิ้วเท้า ปลายนิ้วมือ ข้อเท้า กระดูกก้นกบ สบัก และตรงบริเวณกระดูกอื่น ๆ

7. บางคนแพ้ความร้อน อาการแพ้ที่ต้องคอยสังเกฅคือผิวหนังแดง

การประคบร้อน

การประคบร้อน

วิธีช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในบริเวณที่เกิดอาการเจ็บปวด ตึง หรือเกร็ง เช่น กล้ามเนื้อ ข้อต่อ หรือเส้นเอ็น การประคบร้อนจะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นโดยการช่วยให้ผ่อนคลาย เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อ หรือฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่ได้รับความเสียหาย การประคบร้อนสามารถประคบร้อนกับ กระเป๋าน้ำร้อนไฟฟ้าหรือแบบยางได้

ประโยชน์ประคบร้อน

ประคบร้อนจะช่วยให้การไหลเวียนโลหิตบริเวณที่ประคบดีขึ้น ซึ่งสามารถช่วยลดอาการปวดและบวมได้เป็นอย่างดี และอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อที่ตึงหรือเกร็งคลายตัวลง และยังช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายหรือเกิดความเสียหายให้ดีขึ้น และบรรเทาปัญหาเกี่ยวกับดวงตา โดยจะช่วยบรรเทาอาการปวด ผ่อนคลายอาการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อ เพิ่มการไหลเวียนโลหิต และอาจช่วยฟื้นฟูบาดแผลหรือปัญหาอื่น ๆ ที่มีผลกระทบกับดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • อาการปวดข้อหรือข้ออักเสบ (Arthritis) : วิธีประคบร้อนจะช่วยบรรเทาอาการข้อฝืดและช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง อาจทำให้ผู้ป่วยข้ออักเสบสามารถเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้น
  • อาการปวดศีรษะ : ใช้วิธีประคบร้อนจะช่วยคลายอาการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อที่คอซึ่งเป็นอีกต้นเหตุงของอาการปวดศีรษะ
  • อาการเคล็ดขัดยอก (Sprains) : วิธีประคบร้อนจะช่วยบรรเทาอาการข้อฝืดที่เกิดขึ้นภายหลังจากการอักเสบได้เป็นอย่างดี
  • โรคเอ็นอักเสบเรื้อรัง (Tendinosis) : วิธีประคบร้อนจะช่วยบรรเทาความฝืดหรือเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นภายหลังจากการอักเสบได้
  • บรรเทาอาการทางดวงตา สามารถแบ่งได้เป็น 2 วิธี
    - ประคบร้อนแบบแห้ง ด้วยการใช้ผ้าคลุมแผ่นความร้อนหรือขวดใส่น้ำร้อน เป็นวิธีช่วยให้สามารถประคบลงเป็นบริเวณกว้างได้ดี
    - ประคบร้อนแบบชื้น ด้วยการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นและบีบให้พอหมาดและวางไว้บริเวณที่ต้องการ ซึ่งวิธีนี้จะมีประสิทธิภาพมากในการช่วยบรรเทาอาการปวด

ข้อควรรู้ในการประคบร้อน

- การบำบัดด้วยความร้อนหรือประคบร้อนนั้นจะมีผลดีหากใช้ในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งวิธีประคบร้อนสามารถแบ่งเวลาในการใช้ได้เป็น 2 แบบ คือ

  1. สำหรับอาการฝืดที่ข้อ ตึงหรือเกร็งที่มีอาการเล็กน้อย โดยทั่วไปจะใช้เวลาในการประคบประมาณ 15-20 นาที เท่านั้น
  2. สำหรับอาการเจ็บปวดปานกลางไปจนถึงรุนแรง อาจใช้เวลาในการประคบร้อนหรือบำบัดด้วยความร้อนด้วยเวลาที่มากขึ้นได้ เช่น อาบหรือแช่น้ำอุ่นเป็นเวลา 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการประคบร้อน

ความเสี่ยงเมื่อประคบร้อนด้วยอุณหภูมิที่สูงจนเกินไปอาจทำให้ผิวหนังไหม้และพุพอง หรือหากมีการติดเชื้อใด ๆ วิธีประคบร้อนอาจทำให้การติดเชื้อเกิดการลุกลามหรือแพร่กระจายได้ รวมไปถึงไม่ควรใช้เวลาในการประคบเกิน 20 นาที จึงจะให้ผลดีและมีความปลอดภัย

ประคบร้อนอย่างปลอดภัย สามารถประคบร้อนได้อย่างปลอดภัย ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ระมัดระวังอย่าใช้อุณหภูมิสูงจนเกินไป
  • ไม่ควรใช้เวลาในการประคบเกินกว่า 15-20 นาที
  • ควรใช้ผ้าขนหนูห่ออุปกรณ์ที่ให้ความร้อนเอาไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง
  • หากเกิดตุ่มพองและเป็นรอยแดง ให้ระมัดระวัง เพราะผิวอาจไหม้ได้
  • ควรปรึกษาแพทย์ หากการประคบร้อนไม่ทำให้อาการดีขึ้นหรือทำให้อาการแย่ลง

บทความทั้งหมด