คนตัดเล็บ

Showing all 8 results

อุปกรณ์ตกแต่งใช้ส่วนตัว

ในทางการแพทย์นั้นลักษณะของเล็บสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติของอวัยวะภายในได้ เล็บเป็นส่วนหนึ่งของผิวหนังแต่เป็นเซลล์ตายแล้ว


วิธีการตัดเล็บที่ถูกต้อง

วิธีการตัดเล็บมือและเล็บเท้า

การตัดเล็บเป็นการดูแลสุขลักษณะที่สำคัญ นอกจากจะทำให้เล็บดูสะอาด ช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อได้

อุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดเล็บ 

กรรไกรตัดเล็บเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ใช้ในการตัดเล็บ นับเป็นของใช้ส่วนตัวและไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจเป็นสาเหตุของการแพร่กระจายเชื้อโรค นอกจากนี้ อาจใช้อุปกรณ์อื่น ๆ ร่วมด้วยได้ตามความสะดวกและความจำเป็นในการตัดเล็บของแต่ละบุคคล เช่น

  • กรรไกรตัดเล็บ
  • ตะไบเล็บ
  • แปรงทำความสะอาดเล็บและหินขัดหนังด้าน
  • ครีมหรือโลชั่นทาผิว

การตัดเล็บอย่างถูกวิธี

1. ล้างมือและเท้าให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้งก่อนตัดเล็บ หรือตัดเล็บหลังอาบน้ำ เพราะเล็บจะนิ่มและทำให้ตัดได้ง่าย

2. เลือกใช้กรรไกรตัดเล็บที่มีขนาดพอดี ไม่ใหญ่จนเกินไป และควรเหลือตัดให้เหลือพื้นที่ปลายเล็บไว้เล็กน้อย เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับรอยต่อระหว่างเล็บและเนื้อใต้เล็บ

3. หากตัดเล็บมือ ควรตัดปลายเล็บในลักษณะตรง หรือตัดโค้งตามรูปเล็บ เพื่อคงความแข็งแรงของเล็บในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ส่วนเล็บเท้าควรตัดปลายเล็บในลักษณะตรงเท่านั้น เพื่อลดการเกิดปัญหาเล็บขบ

 

4. ตะไบปลายเล็บไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ไม่ควรตะไบกลับไปกลับมา เพราะอาจทำให้เล็บไม่แข็งแรง

5. ไม่ควรตัดจมูกเล็บ เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการระคายเคืองหรือติดเชื้อได้

6. หลังตัดเล็บ ทำความสะอาดมือและเท้าแล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ความนิ่ม และความยืดหยุ่นให้กับเล็บ เพราะหากเล็บแห้งจะทำให้เสี่ยงเกิดเล็บฉีกได้ง่าย

การตัดเล็บสำหรับทารก

เล็บมือและเล็บเท้าของทารกจะค่อนข้างนิ่มและยาวเร็วกว่าเล็บของผู้ใหญ่ หากปล่อยให้เล็บยาว อาจไปขีดข่วนผิวหนังของทารกเองหรือคนรอบข้าง ซึ่งสามารถตัดเล็บทารกได้ในวิธีที่คล้ายกับของผู้ใหญ่ โดยเริ่มจากล้างมือและเท้าของทารกให้สะอาดในระหว่างอาบน้ำ จากนั้นค่อย ๆ ตะไบเล็บให้สั้น หรืออาจใช้กรรไกรตัดเล็บสำหรับเด็กค่อย ๆ ตัดด้วยความระมัดระวัง แต่ไม่ควรใช้กรรไกรตัดเล็บของผู้ใหญ่ เพราะมีขนาดใหญ่เกินนิ้วของทารก และอาจตัดโดนนิ้วหรือทำให้เกิดการบาดเจ็บได้

ข้อควรระวัง

การตัดเล็บเป็นประจำทุกวัน หรือตัดเล็บให้สั้นกุดจนชิดเนื้อมากเกินไปจะส่งผลให้มีอาการเจ็บบริเวณเล็บและเนื้อปลายเล็บ เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้เล็บมีรูปร่างที่ผิดแปลกไปจากเดิม อีกทั้งยังส่งผลต่อการงอกของเนื้อเล็บ ทำให้เล็บมีลักษณะผิดปกติ เล็บบุ๋ม เป็นแอ่ง หรือขอบเล็บม้วนเข้าด้านในจนอาจเกิดเล็บขบ หรืออักเสบและเป็นหนองได้ ทั้งนี้ หากได้รับบาดเจ็บจากการตัดเล็บจนทำให้เล็บฉีกขาด เป็นแผลลึก มีเลือดไหล ฟกช้ำ ห้อเลือด หรืออักเสบและเป็นหนอง ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม

วิธีกำจัดขี้หู

ขี้หู

สิ่งที่เยื่อบุช่องหูสร้างขึ้นเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ขี้หูนั้นมีกลิ่นเฉพาะที่แมลง และสัตว์ต่างๆ ไม่ชอบ จึงช่วยป้องกันสัตว์และแมลงไม่ให้เข้ามาในรูหูได้ โดยปกติแล้วเยื่อบุช่องหูจะผลักดันขี้หูออกมาอยู่แล้ว การเช็ดทำความสะอาดรอบนอกก็เพียงพอ

5 วิธีกำจัดขี้หู

1. น้ำเกลือ : 
สามารถช่วยกำจัดขี้หูที่อุดตันอยู่ในช่องหูได้ โดยการทำให้ขี้หูนุ่มลง และสามารถแคะขี้หูออกมาได้ง่ายขึ้น 

- วิธีล้างหูด้วยน้ำเกลือ

  • เตรียมสารละลายโดยใช้น้ำอุ่นกับเกลือ หรือน้ำเกลือที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป
  • จุ่มสำลีลงในน้ำเกลือที่เตรียมไว้
  • เอียงศีรษะไปด้านข้าง และใส่สำลีในรูหู
  • ปล่อยให้น้ำเกลือทำปฏิกิริยากับขี้หูประมาณ 3 นาที หลังจากนั้นตะแคงศีรษะเพื่อให้สิ่งสกปรกไหลออกมา
  • ทำความสะอาดบริเวณรอบใบหูอีกครั้ง

2. น้ำมันมะกอก (Olive Oil) : 
น้ำมันมะกอกมีวิตามินอี และกรดไขมัน ที่ช่วยหล่อลื่นใบหู ป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังช่วยให้ขี้หูนุ่มลง และทำให้ขี้หูไหลออกมาด้านนอกได้อย่างง่าย

- วิธีล้างหูด้วยน้ำมันมะกอก

  • เทน้ำมันมะกอกอุ่นๆ ลงในหลอดหยด และบีบใส่ในหู 2-3 หยด
  • เอียงศีรษะเพื่อให้น้ำมันมะกอกไหลเข้าไปด้านใน
  • ตะแคงศีรษะอีกข้างเพื่อให้ขี้หู และน้ำมันมะกอก ไหลออกมา
    ทำเช่นนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • เมื่อมีแมลงเข้าไปในหู ให้หยอดน้ำมะกอกลงไปเพื่อให้แมลงตาย และไปพบแพทย์เพื่อเอาแมลงออก

3. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) : 
นำไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นสารละลายชนิดหนึ่งที่สามารถนำมากำจัดขี้หู ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อ และช่วยฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการแบ่งตัวของเชื้อโรค

- วิธีล้างหูด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

  • ผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 3% กับน้ำอุ่นในอัตราส่วนเท่าๆ กัน
  • จุ่มสำลีลงในสารละลายที่เตรียมไว้ และตะแคงศีรษะ
  • บีบสารละลายจากสำลีใส่ในหู และปล่อยให้ทำปฏิกิริยา 3 นาที
  • แคะขี้หู หรือสิ่งสกปรกออกมาอย่างระมัดระวัง
  • ทำความสะอาดบริเวณใบหูรอบนอกด้วยผ้าสะอาด

4. น้ำมันพาราฟิน (Paraffin oil) : 
เป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่กลั่นแยกออกจากน้ำมันดิบ มีเนื้อสัมผัสเป็นน้ำมันที่จะช่วยหล่อลื่นช่องหู และทำให้ขี้หูนุ่มลง เพื่อให้เราสามารถแคะขี้หูออกมาได้ง่ายขึ้น

- วิธีล้างหูด้วยน้ำมันพาราฟิน

  • ใส่น้ำมันพาราฟินในหลอดหยด และบีบใส่ภายในหู 3 หยด
  • ตะแคงศีรษะ และปล่อยให้ทำปฏิกิริยา 3 นาที 3-4 นาที
  • แคะขี้หู หรือสิ่งสกปรกออกมาอย่างระมัดระวัง
  • ทำความสะอาดบริเวณใบหูรอบนอกด้วยผ้าสะอาด

5. กลีเซอรีน (Glycerin) :
เป็นสารสะลายที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีความหนืดเล็กน้อย และมีรสหวาน ส่วนมากจะสกัดมาจากน้ำมันพร้าว และน้ำมันปาล์ม มีประสิทธิผลในการช่วยให้ขี้หูนุ่ม

- วิธีล้างหูด้วยกลีเซอรีน

  • หยอดกลีเซอรีน 3 หยดลงในหูแต่ละข้าง เอียงศีรษะ และปล่อยให้ทำปฏิกิริยา 3 นาที
  • แคะขี้หู หรือสิ่งสกปรกออกมาอย่างระมัดระวัง
  • ทำความสะอาดบริเวณใบหูรอบนอกด้วยผ้าสะอาด
  • ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง

บทความทั้งหมด