ภาวะอ้วน
น้ำหนัก

Showing all 5 results

ผลิตภัณฑ์ช่วยความคุมน้ำหนัก

โรคอ้วนมีสาเหตุจากการบริโภคอาหารแป้ง น้ำตาลไขมัน สูงเกินความต้องการของร่างกาย เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรค เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง


เวย์โปรตีน

โปรตีนมีประโยชน์อย่างไร

1. ร่างกายทำงานเป็นปกติ
โปรตีนช่วยให้การทำงานของร่างกายเป็นปกติ เพราะกรดอะมิโนในโปรตีนจะช่วยสร้างฮอร์โมน เอนไซม์ ภูมิคุ้มกัน และช่วยรักษาปริมาณน้ำในเซลล์และหลอดเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

2. จำเป็นต่อร่างกาย
ร่างกายคนเราจะขาดโปรตีนไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะทุกกิจกรรมที่ทำตั้งแต่การขยับตัวนั้นจะทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ จึงต้องกินโปรตีนเข้ามาทดแทน

3. ออกกำลังกายได้นานขึ้น
โปรตีนช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น และลดอาการบาดเจ็บได้อีกด้วย เพราะโปรตีนจะเข้าไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่สูญเสียไปนั่นเอง

4. หุ่นดีขึ้น
การทานโปรตีนคุณภาพช่วยให้หุ่นดีขึ้นได้ เพราะโปรตีนช่วยให้อิ่มท้องได้นานกว่าการกินข้าว หรือแป้ง และไขมัน ที่สำคัญโปรตีนยังช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง กระชับ เพราะฉะนั้นคนที่อยากให้น้ำหนักลด เพื่อที่จะได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง หุ่นดี ก็ควรเลือกรับประทานโปรตีนคุณภาพดีเท่านั้น ซึ่งหาได้จาก ไข่ขาว เนื้อปลา และอกไก่ โดยใช้การปรุงอาหารแบบต้ม ตุ๋น นึ่ง ย่าง แทนการทอดและผัด

5. ร่างกายมีแรงเพิ่มขึ้น
โปรตีนจะช่วยให้ร่างกายมีแรงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย ซึ่งร่างกายอาจไม่ได้รับโปรตีนเพียงพอ หรือต้องการโปรตีนปริมาณมากเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

เลือกทานโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม
การเลือกทานโปรตีนนั้น ต้องคำนึงถึงปริมาณที่เหมาะสมด้วยในแต่ละคน เพราะแต่ละช่วงวัย ความต้องการโปรตีนของร่างกายก็แตกต่างกัน รวมถึงไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตที่อาจจะไม่โลดโผนมากนักก็ทำให้ความต้องการโปรตีนแตกต่างกัน เช่น คนที่ชอบออกกำลังกายบ่อย ๆ ก็ต้องการโปรตีนมากกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกาย หรือผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ก็ควรจะได้รับโปรตีนมากกว่าผู้หญิงทั่วไป รวมทั้งคนป่วยบางคนก็อาจจะต้องการโปรตีนในปริมาณที่สูงมากเช่นกัน โดยเฉพาะนักกีฬาที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ คนที่กินมังสวิรัติ ไม่ทานเนื้อสัตว์เลย คนเหล่านี้ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นจึงต้องทานเวย์โปรตีนเข้ามาช่วยร่างกายด้วยอีกแรงนั่นเอง

เวย์โปรตีน คืออะไร
เวย์โปรตีน คือ แหล่งของโปรตีนคุณภาพสูง ที่เต็มไปด้วยสารสำคัญ และกรดอะมิโนจำเป็น ที่สกัดได้จากนมวัว โดยการสกัดนี้ได้นำเอาคาร์โบไฮเดรตและไขมันออกไป ให้เหลือแค่โปรตีนอย่างเดียวเลยเพียว ๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนที่ครบถ้วนต่อความต้องการในแต่ละวันนั่นเอง จากนั้นก็นำมาผ่านกระบวนการทำให้แห้งเพื่อให้เป็นผง และสามารถเก็บไว้ได้นาน รวมทั้งชงทานได้อย่างง่ายดาย

เวย์โปรตีน เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ร่างกายเอาไปใช้งานได้เร็วสุด ๆ ซึ่งปัจจุบันเนื่องจากกระแสการดูแลสุขภาพนั้นมาแรงมาก ทำให้คนหันไปออกกำลังกายมากขึ้น ส่งผลให้เวย์โปรตีนขายดี เพื่อที่จะมาซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้เห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้จึงมีการจำหน่ายเวย์โปรตีนในท้องตลาดมากมาย รวมถึงร้านค้าออนไลน์ด้วยเช่นกัน ซึ่งการจะทานเวย์โปรตีนให้ปลอดภัยนั้น ก็ควรเลือกสูตรที่เหมาะสมกับความต้องการของตัวเองด้วย

ทำความรู้จักกับ เวย์โปรตีน ทั้ง 3 ชนิด

  1. เวย์โปรตีน คอนเซนเทรท (WPC) – เวย์โปรตีนชนิดนี้จะมีความเข้มข้นอยู่ประมาณ 70-80% เป็นผงสีครีมอ่อน และมีกลิ่นรสตามธรรมชาติแบบนม เต็มไปด้วยกรดอะมิโนครบทั้ง 20 ชนิด และกรดอะมิโนจำเป็นอีก 8 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ทำให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น ป้องกันการติดเชื้อ และเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกต่างหาก
  2. เวย์โปรตีน ไอโซเลต(WPI) – เวย์โปรตีนชนิดนี้ได้จากการนำเวย์โปรตีน คอนเซนเทรทมาผ่านกระบวนการผลิตเพิ่มเติม ทำให้มีความเข้มข้นของโปรตีนสูงขึ้นไปอีก มากกว่า 90% เลยทีเดียว เป็นผงสีครีมอ่อน และมีกลิ่นธรรมชาติแบบนมเหมือนกัน
  3. เวย์โปรตีน ไฮโดรไลซ์ (WPH)– เป็นเวย์โปรตีนแบบที่ 1 และ 2 ที่ผ่านกระบวนการไฮโดรไลซ์ ทำให้โมเลกุลของเวย์โปรตีนที่มีขนาดใหญ่ ถูกย่อยจนเป็นเปปไทด์ ทำให้มีโปรตีนบริสุทธิ์สูงถึง 100% ซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บอกด้วยว่า เวย์โปรตีนในรูปแบบของเปปไทด์นั้นร่างกายจะดูดซึมได้ดีที่สุด ซึ่งมีงานวิจัยทางคลินิกแสดงให้เห็นว่าเวย์โปรตีน สามารถช่วยส่งเสริมภาวะโภชนาการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งดีขึ้นได้

ร่างกายคนเราต้องการโปรตีนมากเท่าไหร่ในแต่ละวัน

 ปกติแล้วคนเราจะต้องการโปรตีน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่สำหรับคนที่ออกกำลังกายหนัก ๆ เช่น ยกน้ำหนัก เพาะกาย คนพวกนี้เค้าต้องการปริมาณโปรตีนถึงวันละ 1.2-1.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมเลยทีเดียว

ซึ่งการกินเวย์โปรตีนจึงเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด และปลอดภัยที่สุดสำหรับคนเหล่านี้ เพราะเป็นแหล่งของกรดอะมิโนจำเป็น เพิ่มความแข็งแกร่งทนทานของกล้ามเนื้อ และช่วยปกป้องกล้ามเนื้อไม่ให้เกิดอาการฝ่อ ลีบ ระหว่างที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น ลดอาการอ่อนล้า และอาการบาดเจ็บ

โดยในทุกวันนี้การทานเวย์โปรตีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฉพาะหมู่คนเล่นกล้ามอีกต่อไป แต่เวย์โปรตีนนั้นเหมาะสมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการออกกำลังกายทุกประเภท เพราะสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ รวมทั้งเวย์โปรตีนนั้นเหมาะสมกับผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักด้วยเช่นกัน

คุณสมบัติพิเศษของเวย์โปรตีน
เวย์โปรตีนนั้นอย่างที่บอกไปว่านอกจากจะเป็นตัวให้กรดอะมิโนที่จะทำให้ร่างกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อต่าง ๆ แล้ว ยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ช่วยต่อต้านหรือยับยั้งเชื้อแบคทีเรียในทางเดินอาหาร ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่ม ช่วยให้ห่างไกลจากภาวะโรคอ้วน

เวย์โปรตีน สำคัญอย่างไร
เวย์โปรตีนเป็นอาหารโปรตีนที่ดีมาก ๆ สำหรับมนุษย์เรา ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและลดน้ำหนักจากการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี

โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้เวย์โปรตีนนั้นมีชื่อเสียงขึ้นมาก็เพราะ ในเวย์โปรตีนมีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้และต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น คือ

  •  Essential Amino Acids (EAA) นอกจากนี้ยังมี
  • Conditionally Essential Amino Acids (CEAA) เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ชั่วคราว เช่น เมื่อเราเจ็บป่วยหรือร่างกายสร้างไม่เพียงพอ เราก็จำเป็นต้องรับกรดอะมิโนนี้จากอาหารเช่นกัน

 

 

นอกจากนี้ยังมีกรดอะมิโนบางกลุ่มอีกด้วยที่ผู้ออกกำลังกายอย่างหนักจำเป็นต้องใช้ ซึ่งก็คือ กรดอะมิโนในกลุ่ม Branched – Chain Amino Acids (BCAAs) และ Glutamine อีกทั้งยังมีกรดอะมิโน Cysteine ที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ ต้นเหตุของปัญหามะเร็งอีกด้วย

ดังนั้นโปรตีนที่ดีสำหรับมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ออกกำลังกายนั่นก็คือ โปรตีนที่มีสัดส่วนของกรดอะมิโนจำเป็นชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง EAA และ CEAA อยู่อย่างพอเหมาะ และมีปริมาณของ BCAAs, Glutamine และ Cysteine อยู่มากนั่นเอง

กินเวย์โปรตีนยังไงถึงจะได้ผล
การกินเวย์โปรตีนจึงสามารถกินได้อิสระ เหมือนกับอาหารทั่วไป กินตอนไหน กี่โมง ก็ได้ผลหมด ไม่มีข้อจำกัด

โดยวิธีการกินเวย์โปรตีนให้ได้ผลดีที่สุดกับร่างกายก็คือ กินเวย์โปรตีนอย่างน้อย 20-30 กรัม เพื่อให้เกิดภาวะ Hyperaminoacidemia ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างโปรตีนในร่างกาย

ถ้าใครที่อยากกินเวย์มากกว่าวันละ 40-50 กรัม ให้แบ่งออกเป็นหลาย ๆ มื้อ อาจจะมื้อละสัก 20-30 กรัมก็ได้ ดีกว่ากินครั้งเดียวหมด เพราะร่างกายจะได้รับโปรตีนตลอดทั้งวัน เพราะการกินโปรตีนมากกว่าครั้งละ 40 กรัม จะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ไม่หมด

นักกีฬากินเวย์โปรตีนมากแค่ไหนถึงจะดี
สำหรับนักกีฬาหรือนักเพาะกายที่ฝึกหนัก ๆ ก็มีการศึกษาออกมาบอกว่าควรกินเวย์โปรตีนให้ได้ 2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ในแต่ละวัน โดยให้แบ่งเป็น 4-6 มื้อ ไม่กินเวย์โปรตีนครั้งเดียวหมด เพื่อป้องกันภาวะ Overtraining Sydrome หรือก็คือการใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไปนั่นเอง

ถ้ากินวันละครั้งเดียว ให้กินภายในเวลา 30-60 นาทีหลังจากออกกำลังกาย เพราะจะเป็นช่วงที่เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากและกล้ามเนื้ออยู่ในภาวะที่ต้องการสารอาหาร แต่สำหรับใครที่ไม่สะดวกก็กินเวลาอื่นได้ เพราะร่างกายสามารถเอาไปใช้งานได้ดีเหมือนกัน ต่างกันไม่เท่าไหร่

วิธีกินเวย์โปรตีน
สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะทานเวย์โปรตีนกับอะไรดีก็สามารถผสมกับน้ำ น้ำผลไม้ หรือน้ำที่ผสมคาร์โบไฮเดรต เช่น กลูโคส ก็ได้ บางคนอาจจะนำเวย์โปรตีนมาปั่นกับน้ำผลไม้ก็ได้เหมือนกัน มีการศึกษาพบว่า การกินเวย์ผสมกับคาร์โบไฮเดรตหลังออกกำลังกายเสร็จ จะยิ่งช่วยให้เวย์โปรตีนมีประสิทธิภาพมากขึ้นและได้ผลยิ่งกว่าการทานกับน้ำเปล่า

การทานเวย์โปรตีนที่ถูกต้องนั้นไม่ควรใช้น้ำร้อน ให้ใช้น้ำธรรมดา หรือน้ำเย็น เพราะอาจทำให้เวย์จับตัวเป็นก้อน และทานยากกว่าเดิม

กินเวย์โปรตีนตอนไหนดีต่อร่างกายที่สุด
สำหรับช่วงที่เวย์โปรตีนออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดนั้น คือช่วงเวลาที่ร่างกายเรามีกรดอะมิโนในระดับต่ำ ซึ่งก็คือช่วงก่อนนอน หรือช่วงตื่นนอนใหม่ ๆ รวมทั้งช่วงหลังออกกำลังกาย และช่วงที่รู้สึกหิวมาก ๆ นั่นเอง

  • ช่วงตื่นนอน 

จะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของเราพักผ่อนเป็นเวลานานโดยที่ไม่มีสารอาหารมาหล่อเลี้ยง หากกินเวย์โปรตีนในช่วงตื่นนอนจะสามารถช่วยป้องกันการสลายของกล้ามเนื้อได้ดี และร่างกายจะดูดซึมได้ดีกว่าช่วงเวลาอื่นเพราะท้องยังว่างอยู่นั่นเอง

  • ช่วงหลังออกกำลังกาย 

จะเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดเพราะร่างกายจะได้พักจากการใช้กล้ามเนื้ออย่างหนักในการฝึก หากทานในช่วงเวลานี้จะทำให้ร่างกายดูดซับเอาเวย์โปรตีนเข้าไปเสริมสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้เร็วขึ้น

  • ช่วงก่อนนอน

จะเป็นช่วงที่สำคัญพอ ๆ กับช่วงอื่น ๆ เพราะในระหว่างที่ร่างกายเรากำลังพักผ่อน ร่างกายก็ต้องการโปรตีนไปซ่อมแซมร่างกายส่วนที่กล้ามเนื้อฉีกขาดและสึกหรอจากการใช้งานทั้งวัน และทำให้ร่างกายมีโปรตีนเพียงพอในการซ่อมแซมขณะที่เราหลับ

  • ช่วงเวลาที่เราหิว

เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายมีสารอาหารไม่เพียงพอ หากเราต้องการทานเวย์โปรตีนในช่วงเวลานี้ให้ลองปั่นรวมกับผลไม้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สะดวกและรวดเร็ว

ทานอาหารมื้อหลักกับเวย์โปรตีน ช่วยให้หุ่นดีขึ้น
คนส่วนมากมักจะทานเวย์โปรตีนกับอาหารมื้อหลัก เพื่อช่วยในการดูแลสุขภาพร่างกาย และลดหุ่นให้ดูดี เพราะการทานอาหารครบ 5 หมู่จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น ซึ่งเราสามารถทานอาหารมื้อหลักคู่กับเวย์โปรตีนได้โดยไม่เกิดผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งสิ้น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพียงพอ และทานเวย์โปรตีนร่วมด้วย ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และจำเป็น

ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะทานเวย์โปรตีนแทนอาหารหลัก เพราะเวย์โปรตีนเป็นแค่อาหารเสริมที่จะช่วยให้น้ำหนักของเราลดลงได้ และสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาแทน แต่การจะมีสุขภาพร่างกายที่ดี สมบูรณ์ แข็งแรงได้นั้นต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอทั้ง 5 หมู่ และไม่ควรทานแต่โปรตีนแค่เพียงอย่างเดียว ควรจะทานอาหารมื้อหลักและอาหารเสริมเวย์โปรตีนควบคู่กันไป เพื่อให้มีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง 

ผลข้างเคียงจากการกินเวย์โปรตีน

เวย์โปรตีนนั้นทำจากนม ผลข้างเคียงจึงเหมือนกับการที่เรากินนมอื่น ๆ ทั่วไป เช่น ท้องอืด ท้องเสีย ใครทานแล็กโตสมากไม่ได้ ก็อาจจะมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อทานเวย์โปรตีน

ซึ่งถ้าใครที่แพ้นมแต่อยากทานเวย์โปรตีนก็สามารถเลือกทานเวย์ชนิดไอโซเลตได้ เพราะมีความเข้มข้นของแล็กโตสต่ำมาก ทำให้ต่อให้แพ้แล็กโตสก็สามารถทานได้ หรืออาจจะทานเวย์โปรตีนบางชนิดที่ผสมเอนไซม์ช่วยย่อยแล็กโตสไว้ก็จะลดปัญหานี้ไปได้เช่นกัน

ส่วนอาการอื่น ๆ ที่พบได้จากการทานเวย์โปรตีนก็คือ บางคนแพ้โปรตีนที่มีอยู่ในนมวัว ก็อาจต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่กำจัด Beta – lactoglobluin ซึ่งทำให้เกิดการแพ้ได้บ่อยออกไป หรือใช้เวย์โปรตีน ไฮโดรไลซ์ เพราะเวย์ชนิดนี้มีโอกาสแพ้น้อย

นอกจากนี้โปรตีนที่มีอยู่ในเวย์ก็ให้พลังงานเท่ากับคาร์โบไฮเดรต หรือก็คือ 4 แคลอรีต่อกรัม ซึ่งถ้ากินเวย์โปรตีนมากเกินไปแล้วไม่ยอมออกกำลังกายให้เหมาะสม ก็จะเหมือนกับว่าเรากินแป้งเข้าไปมาก ๆ แล้วไม่ทำอะไรสักอย่าง ซึ่งก็จะกลายเป็นว่าจากหุ่นดี ๆ กลายเป็นคนอ้วนมีไขมันสะสมในร่างกายแทน

และผลข้างเคียงสุดท้ายของการทานเวย์โปรตีนก็คือ เวย์เป็นอาหารที่มีความเข้มข้นของโปรตีนสูง เพราะฉะนั้นคนที่เป็นโรคตับ โรคไตนั้น ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน เพราะผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้มักจะต้องจำกัดปริมาณของโปรตีนที่ได้รับในแต่ละวัน ไม่ให้มากเกินไป ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

 

แอลคาร์นิทีน

แอล-คาร์นิทีนคืออะไร

เป็นสารที่สร้างจากกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine) มีหน้าที่เปลี่ยนกรดไขมันไปเป็นพลังงานนั่นเอง  พลังงานที่ได้มาส่วนใหญ่ก็จะถูกใช้สำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย

โดยปกติ แอล-คาร์นิทีนนั้นจะถูกสร้างขึ้นภายในตับและไตของเราอยู่แล้ว และจะถูกนำไปเก็บไว้ในกล้ามเนื้อลาย  เช่น กล้ามเนื้อตามแขน ขา หัวใจ สมอง และสเปิร์ม ทำให้สเปิร์มเคลื่อนที่ได้อย่างเหมาะสม เพราะแอล-คาร์นิทีนจะไปเร่งให้ไมโทคอนเดรียเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงานนั่นเอง

แหล่งของคาร์นิทีนที่มีมากพบในเนื้อแดงและผลิตภัณฑ์จากนม พืชตระกูลถั่วหรือเมล็ดถั่ว  การดูดซึมของแอล-คาร์นิทีนจะเกิดขึ้นในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่

คนที่ทานมังสะวิรัติอาจจะเกิดภาวะการขาดแอล-คาร์นิทีนได้ในบางครั้ง เนื่องจากแอล-คาร์นิทีน พบได้ในเนื้อสัตว์ นม และถั่วหมัก หรือในผู้ป่วยบางรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมของระบบย่อยอาหาร จะมีอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ เจ็บหน้าอก เจ็บกล้ามเนื้อ แขนขาล้าอ่อนแรง ความดันเลือดต่ำ และอาจจะมีอาการมึนงงสับสนร่วมด้วย เป็นต้น

ชนิดของคาร์นิทีน

ที่ถูกนำมาใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมคาร์นิทีนที่ใช้กันแพร่หลายมีอยู่ 3 รูปแบบ ได้แก่

  1. แอล-คาร์นิทีน (LC) เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีราคาถูกที่สุด
  2. แอล-อะซิทิลคาร์นิทีน [L-acetylcarnitine (LAC)] เป็นเพียงรูปแบบเดียวที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคแอลไซเมอร์ (Alzheimer) และโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของสมองโรคอื่นๆ
  3. แอล-โพรพิโอนิลคาร์นิทีน [L-propionylcarnitine (LPC)] ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาอาการเจ็บหน้าอกและโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ และใช้ได้ผลดีกับโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดตามแขนขาอีกด้วย (peripheral vascular disease – PVD)

แอล-คาร์นิทีนกับการลดน้ำหนัก

แม้ว่า L-carnitine จะขายเป็นอาหารเสริมลดน้ำหนัก แต่ไม่มีผลการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ที่จะแสดงว่ามันสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาบางตัวแสดงให้เห็นว่าการทานคาร์นิทีนช่วยลดมวลไขมัน เพิ่มเป็นมวลกล้ามเนื้อ และลดความเมื่อยล้า ผลทั้งหมดนี้อาจเป็นการสนับสนุนให้ลดน้ำหนักได้โดยอ้อม

แต่ถ้าต้องการใช้ประโยชน์ของ แอล-คาร์นิทีน ในการควบคุมน้ำหนักให้ได้มากที่สุดแล้วละก็ ทางเราขอแนะนำให้ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

เนื่องจากตอนที่เราออกกำลังกายอยู่นั้น Glycogen ที่อยู่ในร่างกายจะถูกขับออกมาจากเซลล์กล้ามเนื้อและกลายเป็น Glucose จากนั้นจะเข้าสู่เส้นเลือดและไปยัง Mitochondria สถานที่เริ่มต้นสำหรับกระบวนการเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน และแน่นอนแอล-คาร์นิทีนมีส่วนสำคัญในกระบวนการนี้

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือการมี แอล-คาร์นิทีน ในร่างกายเมื่อออกกำลังกาย โดยเฉพาะตอนคาร์ดิโอและแอโรบิก จะมีประโยชน์ทำให้เราเผาผลาญได้ดีมากยิ่งขึ้น แถมยังลดไขมันสะสมอีกด้วยแต่ต้องออกกำลังกายขั้นต่ำ 20 – 40 นาที ระบบเผาผลาญของเราจึงเริ่มต้นทำงาน และตอนนั้นล่ะครับที่เราจะเห็นประโยชน์ของแอล-คาร์นิทีน ได้อย่างชัดเจน

 

ผลงานวิจัยเรื่องประโยชน์ของ L-carnitine ต่อการออกกำลังกาย

นอกจากจะช่วยเผาผลาญไขมันตอนออกกำลังกายแล้ว ยังมีงานวิจัยระบุเป็นเสียงเดียวกันอีกด้วยว่าแอล-คาร์นิทีน มีประโยชน์ทำให้เราออกกำลังกายได้นานขึ้นและลดความเมื่อยล้า รวมถึงอาการอักเสบของร่างกาย

โดยงานวิจัยของ The Journal of Sports Medicine and Physical Fitness ได้ทำการทดลองในผู้หญิงที่มีน้ำหนักมากทั้งหมด 4 กลุ่ม และได้ผลลัพธ์ว่า กลุ่มที่กินแอล-คาร์นิทีน และออกกำลังกายแบบแอโรบิกวันละ 2 ชั่วโมง สามารถช่วยลดการอักเสบของร่างกายได้

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ทดลองประโยชน์ของแอล-คาร์นิทีน ในกลุ่มผู้สูงอายุอีกด้วย และแน่นอนพบว่ากลุ่มที่กินแอล-คาร์นิทีน วันละ 2 กรัม สามารถลดความเมื่อยล้า และเปลี่ยนมวลไขมันเป็นกล้ามเนื้อได้มากขึ้น

ประโยชน์ของ แอล-คาร์นิทีน ในด้านอื่น ๆ

แอล-คาร์นิทีนนี้ยังมีประโยชน์ในเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายที่ใครหลายคนอาจนึกไม่ถึงมาก่อน ซึ่งทางเราก็ได้รวบรวมไว้แล้วที่นี่

  • การเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
    กระบวนการผลิต Sperm หรือ อสุจิ ของเพศชายนั้นจำเป็นต้องใช้ประโยชน์ของแอล-คาร์นิทีนในการเจริญเติบโต ช่วยเพิ่มจำนวนการผลิต รวมถึงเพิ่มการเคลื่อนที่ของตัวอสุจิ โดยมีงานวิจัยหนึ่งที่ชื่อ L-carnitine in idiopathic asthenozoospermia: a multicenter study. Italian Study Group on Carnitine and Male Infertility ได้ทำการทดลองในผู้ป่วยที่มีอาการ Idiopathic Asthenospermia หรือ อาการอสุจิเคลื่อนที่ช้า จำนวน 100 คน และให้พวกเขากิน แอล-คาร์นิทีน ขนาด 3 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 4 เดือน จากนั้นพบว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบก่อนหน้านี้

นอกจากนั้นการเคลื่อนที่และจำนวนของอสุจิก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งผู้ทำการวิจัยก็ได้ให้ข้อสรุปเอาไว้ว่าประโยชน์ของแอล-คาร์นิทีนนี้ มีส่วนในการเพิ่มขึ้นของอสุจิถึงแม้จะเป็นผู้ป่วย Idiopathic Asthenospermia ก็ตาม

  • ประโยชน์ของ แอล-คาร์นิทีน ต่อเลือดและหัวใจ
    โรคหลอดเลือดหัวใจส่วนใหญ่นั้นมักเกิดจาก Cholesterol และ Triglyceride ที่เป็นไขมันอันตรายเข้าไปอุดตันทางเดินของเลือด ทำให้เส้นเลือดตีบและแคบลง ส่งผลให้ออกซิเจนและเลือดไหลผ่านไปสู่หัวใจได้น้อย เกิดเป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในเวลาต่อมา

L-carnitine มีสรรพคุณในการเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน ทำให้ช่วยลดระดับ Cholesterol และ Triglyceride 

  • ต่อการต้านอนุมูลอิสระ
    แอล-คาร์นิทีนนี้จะไปต่อต้านกระบวนการ Lipid Peroxidation ที่ผลิตสารอนุมูลอิสระในเยื่อหุ้มเซลล์ Phospholipid

แอล-คาร์นิทีน หาได้จากแหล่งใดบ้าง

อย่างที่ได้บอกไปข้างบนว่า แอล-คาร์นิทีน สามารถผลิตได้เองที่ไตและตับของเรา ก่อนถูกลำเลียงไปเก็บไว้ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคตับ โรคไต หรือโรคเบาหวานนั้นจะขาดสารแอล-คาร์นิทีนในร่างกาย ส่งผลให้เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก  จึงควรทานอาหารจากธรรมชาติที่มี แอล-คาร์นิทีน ได้แก่ พืชตระกูลถั่ว หน่อไม้ฝรั่ง บร็อคโคลี่ กระเทียม คะน้า และสัตว์เนื้อแดง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอล คาร์นิทีน

ยังไงก็ตามไม่ได้มีแค่อาหารเสริมแอล-คาร์นิทีนเท่านั้น แต่ยังมีอาหารเสริมอีก 2 ชนิด ที่นำ Carnitine มาใช้ ได้แก่

  1. Acetyl L-Carnitine 
  2. L-propionyl carnitine หรือ Propionyl-L-carnitine (ย่อว่า PLC) 

 

บทความทั้งหมด