พ่อแม่ลูก

Showing 1–16 of 21 results

วิตามินรวมและเกลือแร่

วิตามิน และ เกลือแร่ เป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่นำไปสร้างพลังงาน แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาระบบต่างๆ ในร่างกายให้สมดุล


?เกร็ดความรู้เรื่องวิตามินเกลือแร่

วิตามินมี 2 ประเภท ดังนี้ 

1. วิตามินที่ละลายในไขมัน

ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินเค วิตามินอี และวิตามินดี ซึ่งวิตามินเหล่านี้จะละลายในไขมัน ก่อนจะถูกลำเลียงเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อให้ร่างกายได้นำไปใช้ หากร่างกายได้รับวิตามินชนิดนี้เกินกว่าที่ต้องการ ร่างกายจะเก็บสะสมไว้ในตับ ดังนั้นควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนรับประทาน

2.วิตามินที่ละลายในน้ำ

ได้แก่ วิตามินซี วิตามินบีรวม และโฟเลต (กรดโฟลิก) ร่างกายต้องการวิตามินชนิดนี้ในปริมาณที่สมำ่เสมอทุกวัน เพราะไม่มีการสะสมในร่างกาย ส่วนที่ได้รับเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะ การทานวิตามินชนิดนี้ อาจทำให้ปัสสาวะมีสีเข้มขึ้นและมีกลิ่นคล้ายยาได้ ไม่ต้องตกใจคะ โดยเฉพาะการทานวิตามินบีขนาดสูงๆ การทานวิตามินเพื่อให้ผลในเชิงป้องกันระยะยาว อาจไม่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีทันใด  ยกเว้นผู้ที่มีปัญหาขาดวิตามินมาก่อน

วิตามินเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ขาดไม่ได้ วิตามินเป็นสารที่มีบทบาทสำคัญในปฏิกิริยาการนำสารอาหารที่ให้พลังงาน เช่น คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน ไปใช้ประโยชน์ ดังนั้นการขาดวิตามินจะทำให้สารอาหารที่กินเข้าไปไม่ถูกเผาผลาญให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียได้

ข้อแนะนำการรับประทานวิตามิน

  • ควรรับประทานวิตามินและแร่ธาตุทุกชนิดหลังอาหาร เพราะอาหารจะช่วยให้มีการดูดซึมอย่างช้าๆ ถึงแม้ว่าวิตามินและแร่ธาตุบางอย่างอาจดูดซึมได้ดีขณะท้องว่าง แต่อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้ ถ้ารับประทานตอนท้องว่าง และควรรับประทานตอนเช้า เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
  • เครื่องดื่ม ชา กาแฟ ลดการดูดซึมวิตามินและเกลือแร่อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นควรเว้นช่วงการดื่มห่างจากการทานวิตามิน 1-2 ชั่วโมง

  

ข้อควรรู้ที่สำคัญ

คนไข้เบาหวานที่ทานยา Metformin

ควรทานวิตามินบี 12 เสริมเป็นประจำทุกวันเพราะ ยา Metformin ทำให้เกิดภาวะขาดวิตามินบี 12

คนไข้ที่มีโรคประจำตัวต้องทานสเตียรอยด์เป็นประจำทุกวัน

ควรทานแคลเซียมและวิตามินดีเสริม เพื่อป้องกันภาวะกระดูกโปร่งบาง

สตรีตั้งครรภ์และคนไข้ที่กินยากันชักเป็นประจำ

ต้องได้รับกรดโฟลิคเพิ่มเพื่อป้องกันทารกในครรภ์มีความผิดปกติของหลอดประสาท และกรดโฟลิคช่วยเสริมการรักษาของยากันชักได้

คนไข้ที่ทานยาวาร์ฟาริน แอสไพริน หรือยาที่ป้องกันการแข็งตัวของเลือด

ควรระมัดระวังการได้ทาน วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๋วย ในขนาดสูง เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงจากยาได้ เนื่องจากมันไปเสริมฤิทธิ์ของยาให้สูงขึ้น 

คนไข้ที่เป็นโรคโลหิตจางธาลาสซีเมีย

ไม่ควรทานวิตามินที่มีธาตุเหล็ก เพราะผู้ป่วยมีธาตุเหล็กเกินในร่างกายอยู่แล้ว แต่ให้ทานโฟลิค แอซิด ทดแทน เพื่อรักษาภาวะโลหิตจางจางจากเม็ดเลือดแดงแตก

ผู้ป่วย บกพร่อง G-6-PD 

ควรระมัดระวังการกินวิตามินซีขนาดสูง เพราะจะเร่งทำให้เม็ดเลือดแดงแตก และเป็นอันตรายได้

บทความทั้งหมด