กัญชาทางการแพทย์ในประเทศไทย

กัญชาทางการแพทย์

 

การปลดล็อคกัญชา หมายถึง การปลดล็อคเรื่องสารสกัด ไม่ได้ถอดพืชกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด  ตามกฎหมายกัญชายังคงจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ทุกส่วนของพืชกัญชารวมถึงยาง น้ำมัน ยังคงเป็นยาเสพติด แต่สามารถนำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้สารสกัดกัญชาทางการแพทย์ คือ สารสกัดแคนนาบินอยด์ (CBD )บริสุทธิ์มี THC เจือปนไม่เกิน 0.2%

คลิ๊กอ่านเพิ่มเติมกัญชาทางการแพทย์

สารบัญเนื้อหา

1.ความหมายและการใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์

ปัจจุบันประชาชาชนและผู้ป่วยจำนวนมากให้ความสนใจและต้องการใช้สารสกัดกัญชาในการบำบัดรักษา บรรเทาอาการของโรคและฟื้นฟูสุขภาพ แพทย์และบุคลากรสาธาณสุขที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจอย่างมืออาชีพในการพิจารณาว่าผู้ป่วยรายใดหรืออาการเจ็บป่วยใดเหมาะสมกับการรักษาด้วยสารสกัดกัญชาหรือไม่

กัญชาเป็นพืชซับซ้อน แยกเพศผู้ เพศเมีย สารเคมีที่พบในกัญชาแต่ละพันธุ์ก็แตกต่างกันไป มีการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการทั่วโลกมาเป็นเวลานานและมักสัมพันธ์กับการก่ออาชญากรรม

    กัญชาทางการแพทย์ถือเป็นยาประเภทใหม่  ในช่วงต้นทศวรรษค.ศ. 1960 มีการค้นพบสารแคนนาบินอยด์ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพหลักคือ THC (delta 9-tetrahydrocannabinol) และ CBD(cannabidiol) ในต้นกัญชา  และมีการทดลองทางคลินิกที่แสดงให้เห็นว่ากัญชามีศักยภาพในการนำมาใช้เพื่อบำบัดรักษาโรคบางประเภท

สาร CBD  ไม่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท ไม่มีฤทธิ์เมา ไม่เสพติด ในทางการแพทย์ใช้ช่วยลดการอักเสบ ลดการชักเกร็ง ช่วยให้สงบ ผ่อนคลาย และมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้องอกหลายชนิดในหลอดทดลอง

สาร THC มีฤทธิ์ต่อจิต ประสาท มีฤทธิ์เมา เสพติด ในทางการแพทย์ทำให้ผ่อนคลาย นอนหลับ ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และกระตุ้นให้อยากอาหาร

 

ข้อบ่งใช้ของกัญชาในทางการแพทย์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์(Evidence-based document) ที่มีคุณภาพสนับสนุนยืนยันประสิทธิภาพการใช้กัญชาได้อย่างชัดเจน

  • ภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด  ( ดูสินค้าที่ช่วยแก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน > คลิ๊กที่นี่ )
  • โรคลมชักที่รักษายากไม่สามารถควบคุมอาการชักได้ด้วยยา 2 ชนิดขึ้นไป
  • ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
  • ภาวะปวดประสาทส่วนกลางที่รักษาด้วยวิธีมาตรฐานแล้วไม่ได้ผล
  • ภาวะเบื่ออาหารในผู้ป่วย AIDS ที่มีน้ำหนักน้อย
  • การเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองหรือผู้ป่วยระยะสุดท้ายของชีวิต

 

ข้อบ่งใช้ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในการสนับสนุนอยู่จำกัดแต่มีรายงานการวิจัยหรือหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนว่าการใช้กัญชาอาจจะได้ประโยชน์ในการควบคุมอาการ

  • ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐานอย่างน้อย 1 ปี หรือผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากอาการปวดหรือปวดเรื้อรังจากภาวะแข็งเกร็งที่ไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวด
  • ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ที่ได้รับความทุกข์ยากลำบากในการประกอบกิจวัตรประจำวันและการเข้าสังคม จากอาการผิดปกติต่างๆซึ่งมีการดำเนินของโรคมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น การเคลื่อนไหวผิดปกติ พฤติกรรมผิดปกติ การนอนผิดปกติ ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องได้รับการประเมินอาการและวินิจฉัยแยกโรคจากภาวะสมองเสื่อมโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขาประสาทวิทยา

หากผู้ป่วยมีโรค และภาวะโรคที่ไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น การพิจารณาการใช้กัญชาควรดำเนินการภายใต้โครงการศึกษาวิจัยทางคลินิก(ควบคุมเข้มงวด)

การจ่ายผลิตภัณฑ์กัญชาในแต่ละครั้งต้องไม่เกินปริมาณที่ต้องใช้สำหรับ 30 วัน

สำหรับโรคมะเร็งกับการใช้สารสกัดกัญชา การศึกษาทั้งหมดยังอยู่ในระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลอง โดยมีผลการศึกษาว่าสามารถทำลายเซลล์มะเร็งหลายชนิดในห้องปฏิบัติการได้โดยไม่ทำลายเซลล์ปกติ การทดลองในสัตว์พบว่า สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ลดการแพร่กระจาย รวมทั้งมีหลักฐานในการลดอัตราการเกิดใหม่ของเซลล์มะเร็งตับและลำไส้ใหญ่ในหนู แต่มีการศึกษาที่ยังค้านกันอยู่ระหว่างการฝังเซลล์มะเร็งในหนูที่ถูกทำให้ไม่มีภูมิต้านทานกับหนูที่มีภูมิต้านทานปกติ มันให้ผลการทดลองขัดแย้งกันคือ สาร THC มีผลลดขนาดมะเร็งในกลุ่มแรกที่ไม่มีภูมิต้านทานแต่กลับทำให้เซลล์มะเร็งขยายโตขึ้นในกลุ่มที่ภูมิต้านทานปกติ  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยในรายละเอียดแต่ละประเด็นต่อไป

2.สายพันธุ์กัญชา

กัญชาเป็นพืชดอกล้มลุก มีอายุ 1 ปี แบ่งออกเป็นต้นเพศผู้และต้นเพศเมีย ซึ่งแต่ละประเภทจะมีลักษณะการออกดอกที่แตกต่างกัน หลังจากออกดอกแล้วจะหยุดการเจริญเติบโตทางลำต้น หลังจากต้นเพศเมียได้รับการผสมพันธุ์ เมล็ดจะสุกและต้นจะตายไป เชื่อกันว่ากัญชามีมากกว่า 700 สายพันธุ์แต่ทั้งหมดจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน  ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Cannabis sativa แบ่งเป็น 3 สายพันธุ์ย่อย คือ ซาติวา(sativa),อินดิกา (indica), รูเดอราลิส (ruderalis)

 

canabis sativa

 

Cannabis sativa L.spp sativa : มีแหล่งกำเนิดบริเวณเส้นศูนย์สูตร เช่น โคลัมเบีย เม็กซิโก แอฟริกากลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทยมีลำต้นหนา ความสูงเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 6 เมตร ใบยาวเรียว สีเขียวอ่อนเป็นแฉก 5-8 แฉก ระยะเวลาเก็บเกี่ยว 9-16 สัปดาห์ ชอบแดดและอากาศร้อน มีสารTHC ( 9-tetrahydrocannabinol) สูงมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท

 

indica

 

Cannabis sativa L.spp indica : มีแหล่งกำเนิดในประเทศปากีสถาน, อัฟกานิสถาน, โมร็อคโค, และทิเบต ลำต้นเป็นพุ่มเตี้ย ความสูงเมื่อโตเต็มที่ประมาณ  2 เมตร  ใบกว้าง สั้น เป็นแฉก 5-8แฉก สีเขียวเข้ม กิ่งก้านดกหนา ระยะเวลาเก็บเกี่ยว 6-8 สัปดาห์ ชอบที่ร่มและอากาศเย็น มีสารCBD (Cannabidiol)สูง ออกฤทธิ์ระงับประสาททำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ลดอาการปวดเรื้อรัง

 

ruderalis

 

Cannabis sativa L.spp ruderalis : มีแหล่งกำเนิดที่อากาศหนาวเย็นตอนกลางของรัสเซีย,ตอนกลางและตะวันออกของทวีปยุโรป ความสูงเมื่อโตเต็มที่ไม่เกิน 1 เมตร  ดูคล้ายวัชพืช ใบกว้างมี 3 แฉก เติบโตเร็ว อยูได้ทั้งอากาศร้อนและเย็น มีสาร THC น้อยแต่มี CBD สูง

กัญชาจะให้ตัวยาที่ดีที่สุดจากดอกตัวเมียที่ไม่ถูกผสม ในระยะที่ไทรโครมเป็นสีน้ำนม ไทรโครม(trichome) เป็นเซลล์ขนของพืชพบเฉพาะที่เกษรของช่อดอกตัวเมียเท่านั้น ถ้ามองผ่านกล้องจุลทรรศน์จะมีรูปทรงคล้ายเห็ดมีคริสตัลอยู่บนหัวซึ่งเป็นที่สะสมสารแคนนาบินอยด์มากที่สุด เกสรตัวเมียที่ไม่ผสมจะมีไทรโครมอยู่หนาแน่น ถ้ามีการผสมจะทำให้ไทรโครมลดลงและเกิดเป็นเมล็ดแทน

รายละเอียดงานวิจัยเพิ่มเติมคลิ๊ก > หนังสือแนะนำการใช้กัญชาบำบัดรักษาโรค

สินค้าลดราคา
สินค้าเข้าใหม่

3.รูปแบบผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ในประเทศไทย

การใช้สารสกัดกัญชาในทางการแพทย์มีรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายประเภทให้เลือกใช้ ตั้งแต่รูปแบบไอระเหย สเปรย์และน้ำมันหยดใต้ลิ้น แคปซูลรับประทาน ชาชง อาหารและขนม แต่รูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือน้ำมันสารสกัดกัญชาหยดใต้ลิ้น เพราะยาจะดูดซึมผ่านเยื่อบุในช่องปากแล้วเข้าสู่กระแสเลือดได้เลยโดยไม่ต้องผ่านตับหรือไต ยาออกฤทธิ์เร็วและวิธีบริหารยาง่ายสะดวกต่อการปรับขนาดยา

น้ำมันกัญชา เป็นรูปแบบยาเตรียมจากช่อดอกกัญชาตัวเมียประกอบด้วยสารแคนนาบินอยด์และเทอร์ปีนที่มีความเข้มข้น ใช้ตัวทำละลายที่เป็นน้ำมัน มีลักษณะเหนียวหนืด สีเข้มอำพัน โดยน้ำมันที่นิยมใช้เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วลิสง

คุณภาพของน้ำมันกัญชาขึ้นอยู่กับคุณภาพช่อดอกกัญชา ช่อดอกกัญชาที่ไม่ได้มาตรฐานจะมีปริมาณสารแคนนาบินอยด์ไม่ได้มาตรฐานไม่ทราบปริมาณและสัดส่วนที่ชัดเจนของสาร THC:CBD  มีการปนเปื้อนโลหะหนัก ยาฆ่าแมลง ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ผลการรักษาและอาการข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นได้

คลิ๊กกอ่านรายละเอียดงานวิจัยในประเทศไทย : งานวิจัยกัญชาของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ในประเทศไทยมี 3 รูปแบบทั้งหมดถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ที่ให้เสพเพื่อการรักษาโรคหรือการศึกษาวิจัยได้เท่านั้น

  1. ยาสารกัดกัญชา ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรมและโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
  2. ตำรับยากัญชาแผนไทย ผลิตโดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

น้ำมันกัญชาตำรับหมอพื้นบ้าน ผลิตโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ยาสารสกัดกัญชามีรูปแบบยาเตรียมเป็นน้ำมันกัญชาหยดใต้ลิ้น มี 3 สูตรดังนี้

  • สูตรที่มีอัตราส่วนสาร THC:CBD 1:1 ขนาดบรรจุ 5 มล.(ใน 1 มล.ประกอบด้วย THC 27 มก.และ CBD 25 มก.)

 

canabis oil 1

 

ข้อบ่งใช้ : –

-ภาวะคลื่นไส้และอาเจียนจากยาเคมีบำบัดที่รักษาด้วยวิธีมาตรฐานไม่ได้ผล

-ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

-ภาวะปวดประสาทที่รักษาด้วยวิธีอื่นๆแล้วไม่ได้ผล

-บรรเทาปวดในมะเร็งระยะสุดท้ายที่ควบคุมอาการไม่ได้ด้วยยามาตรฐาน

-อัลไซเมอร์

 

  • สูตรที่มีความเข้มข้น CBD 10% ขนาดบรรจุ 5 มล.(ใน 1 มล.ประกอบด้วย CBD 100 มก.)

 

canabis oil 2

 

ข้อบ่งใช้ :-

-โรคลมชักที่รักษายากหรือดื้อต่อการรักษา

-โรคพาร์กินสันที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ด้วยยามาตรฐาน

 

  • สูตรที่มีความเข้มข้น THC 7% ผลิตโดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาภูเบศรและสูตรที่มี THC 0.5 มก.ในยา1 หยด

 

canabis oil 3

 

ข้อบ่งใช้ :-

-ภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด

-ภาวะปวดเส้นประสาท

 

  • ตำรับยากัญชาแผนไทย มีทั้งหมด 16 ตำรับแต่ที่ผลิตเป็นยาออกมาใช้แล้วมี 3 ตำรับดังนี้

1.ยาศุขไสยาศน์ สรรพคุณช่วยให้นอนหลับ เจริญอาหาร

 

ศุขไสยาสน์

 

2.ยาทำลายพระสุเมรุ สรรพคุณแก้ลมจุกเสียด เมื่อยขบตามร่างกาย แก้ปวดกล้ามเนื้อ คลายกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งจากโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต

 

ทำลายพระสุเมรุ

 

3.ยาแก้ลมแก้เส้น สรรพคุณแก้ลมในเส้น บรรเทาอาการมือเท้าชา อ่อนแรง

 

แก้ลมแก้เส้น

 

  • น้ำมันกัญชาตำรับหมอพื้นบ้าน ชื่อ DTAM  GANJA OIL น้ำมันกัญชาตำรับหมอเดชา เป็นสารสกกัดกัญชาในน้ำมันมะพร้าวความเข้มข้น 10 % ของน้ำหนักกัญชาแห้ง การสั่งจ่ายต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์แผนไทยเท่านั้น

 

หมอเดชา

สรุป 

กัญชาทางการแพทย์มีทั้งคุณและโทษ ในขณะที่บางส่วนของกัญชาช่วยบำบัดรักษาโรค แต่กัญชาเป็นยาเสพติด มีฤทธิ์เสพติดจริง จึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและไม่กล่าวอ้างประโยชน์เกินจริง สุดท้ายประเทศไทยยังไม่ควรก้าวไปสู่โมเดลกัญชาเพื่อเศรษฐกิจเนื่องจากยังไม่มีระบบควบคุมกำกับที่ดีพอและอาจส่งผลให้เกิดผลกระทบทางลบรุนแรงต่อสังคมภายหลังได้ ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีการลงทุนกับการวิจัยและการสร้างระบบเฝ้าระวังผลกระทบจากนโยบายกัญชาทางการแพทย์อย่างจริงจังและเพียงพอด้วย

 

 

การบริบาลทางเภสัชกรรม (Pharmaceutical care)

การบริบาลทางเภสัชกรรม หมายถึง ความรับผิดชอบของเภสัชกรโดยตรงที่มีต่อการใช้ยาของผู้ป่วย เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ถูกต้องตามที่ต้องการและเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ผลการรักษาที่ถูกต้องคือ

  • หายจากโรค
  • บำบัดหรือบรรเทาอาการโรค 
  • ชะลอหรือยับยั้งการดำเนินของโรค
  • ป้องกันโรค

โดยเภสัชกรจะปฏิบัติงานร่วมกับบุคคลากรทางการแพทย์ทางสาธาณสุขอื่นๆ เรียกว่า ทีมสหสาขาวิชาชีพและมีหน้าที่หลักในการค้นหา แก้ไข และป้องกันปัญหาที่เกิดจากการใช้ยา ตลอดจนติดตามประเมินผลที่เกิดขึ้นจากการรักษาด้วยยา เพื่อให้เกิดระบบยาที่มีคุณภาพและปลอดภัยสูงสุด

สินค้าแนะนำ

แผนที่ที่ตั้งร้าน

ที่ตั้งร้านยา

ร้านยาของเรา

พันธมิตรของเรา

บริษัทยาที่เป็นพันธมิตรสนับสนุนเรา

DKSH
ZPL
BIOPHARM
สยามฟาร์มา
ยูเนี่ยน
อ้วยอัน
วิทยาศรม
ทรูไลน์เมด
บริษัทชุมชน
สมุนไพรไทย
tnp